เมนู
ค้นหาตามหมวดหมู่
ค้นหาตามเดือน

รีวิว eMeet M2 max ลำโพงประชุมไร้สาย เสียงชัดแม้ห้องประชุมใหญ่

เว็บไซต์นี้ได้รับรายได้ผ่านโปรแกรมพันธมิตร
『eMeet M2 max』のイメージ

ในการเขียนบทความนี้ ทางเราได้รับผลิตภัณฑ์จาก eMeet มาเพื่อการรีวิว (ขอละคำนำหน้าชื่อ)

ครั้งนี้ผมจะมารีวิว ‘eMeet M2 max‘ ซึ่งเป็นรุ่นพี่ของลำโพงสปีกเกอร์โฟนไร้สาย ‘eMeet M2‘ ที่ผมได้แนะนำไปในบทความก่อนหน้านี้ครับ

สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านบทความก่อนหน้านี้ สามารถคลิกดูได้ที่ตรงนี้ครับ↓

ลำโพงสปีกเกอร์โฟน (Wireless Speakerphone) คืออะไร

ลำโพงสปีกเกอร์โฟนไร้สายคืออุปกรณ์ที่รวมลำโพงและไมโครโฟนไว้ในเครื่องเดียวโดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ การใช้งานสปีกเกอร์โฟนจะช่วยให้การสื่อสารในการประชุมออนไลน์ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากเป็นไปอย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพมากขึ้น

ในมุมมองส่วนตัว ผมคิดว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีความต้องการสูงขึ้นมากในช่วงที่การทำงานทางไกล (Telework) และการประชุมออนไลน์แพร่หลายเช่นนี้ครับ

แม้ว่าจะสามารถใช้ไมโครโฟนหรือลำโพงทั่วไปแทนได้ แต่หากพิจารณาถึงคุณภาพเสียงและการรับเสียง การใช้สปีกเกอร์โฟนย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด โดยเฉพาะไมโครโฟนและลำโพงที่ติดตั้งมากับคอมพิวเตอร์นั้นมีขีดจำกัดในการรับเสียง ดังนั้นหากต้องจัดการประชุมออนไลน์ในห้องประชุมที่มีคนจำนวนมากร่วมกับห้องประชุมอื่น การใช้อุปกรณ์นี้จึงถือเป็นสิ่งที่จำเป็นครับ

ดังนั้น ในครั้งนี้ผมจะขอแนะนำลำโพงสปีกเกอร์โฟนไร้สายจาก eMeet รุ่น ‘eMeet M2 max‘ ครับ

eMeet M2 max
คะแนนรวม
( 4.5 )
ข้อดี
  • รับเสียงรอบทิศทาง 360 องศา
  • รองรับจำนวนผู้ใช้งานได้มาก
  • มีระบบตัดเสียงสะท้อน (Echo Canceling) และตัดเสียงรบกวน (Noise Canceling)
  • มีฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่ง (Position Detection) ที่ตรวจจับทิศทางของผู้พูดโดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้เสียงที่คมชัด
  • ให้เสียงที่มีความละเอียดสูงเทียบเท่ากับระดับ CD
ข้อเสีย
  • มีน้ำหนักมาก ไม่ค่อยเหมาะกับการพกพา
สารบัญ

ข้อมูลพื้นฐานของ ‘eMeet M2 max’

สเปก

สามารถเลื่อนได้
ทิศทางการรับเสียงรอบทิศทาง 360 องศาเวอร์ชัน BluetoothVer 5.0
ระยะการรับเสียงสูงสุด 15 คนระยะเวลาใช้งานสูงสุด 12 ชั่วโมง
ความจุแบตเตอรี่2600mAhลำโพง5W 85db
น้ำหนัก615 กรัมพอร์ต USBType-C
ขนาด188 × 188 × 45 มม.ความถี่การสุ่มตัวอย่าง48kHz/16-bit
สามารถเลื่อนได้
eMeet M2 maxeMeet M2
ทิศทางการรับเสียง

รับเสียง 360 องศา


รับเสียง 360 องศา
รองรับจำนวนคน

สูงสุด 15 คน


สูงสุด 8 คน
คุณภาพเสียง

ดีมาก


ดี
ความดังเสียง

5W


3W
ตัดเสียงรบกวน
ตัดเสียงสะท้อน
น้ำหนัก

615 กรัม


290 กรัม

‘eMeet M2 max’ สามารถรับเสียงได้รอบทิศทาง 360 องศา และรองรับจำนวนผู้ใช้งานสูงสุด 15 คน สำหรับสปีกเกอร์โฟนนั้น สิ่งที่สำคัญมากคือ ทิศทางการรับเสียง (Directivity) ซึ่งหมายถึงทิศทางที่สามารถรับเสียงได้ และ ความสามารถในการรับเสียง (Sound Pickup) ซึ่งหมายถึงขอบเขตที่สามารถรับเสียงได้นั่นเอง ครับ

วิธีการเชื่อมต่อรองรับทั้งแบบมีสายและไร้สาย โดยแบบมีสายรองรับทั้ง AUX และ USB ส่วนแบบไร้สายรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ Bluetooth ด้วย USB Dongle ครับ

จุดเด่นคือ เทคโนโลยีประมวลผลสัญญาณเสียงเฉพาะของ eMeet ที่เรียกว่า VoiceIA ซึ่งช่วยให้สามารถตัดเสียงสะท้อน (Echo Canceling) และตัดเสียงรบกวน (Noise Canceling) ได้ นอกจากนี้ยังมีประสิทธิภาพของลำโพงที่ให้เสียงดังฟังชัดแม้มีผู้ใช้งานหลายคน รวมถึง “ฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่ง (Position Detection)” ที่จะตรวจจับทิศทางของผู้พูดโดยอัตโนมัติเพื่อให้รับเสียงได้อย่างชัดเจน ช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายครับ!

นอกจากนี้ ยังมีความถี่การสุ่มตัวอย่างอยู่ที่ 48kHz/16-bit ซึ่งสามารถให้เสียงที่มีความละเอียดสูงเทียบเท่ากับระดับ CD ทำให้ในแง่ของคุณภาพเสียงนั้นเหนือกว่ารุ่น ‘eMeet M2’ ครับ

อย่างไรก็ตาม ด้วยประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ทำให้มีน้ำหนักมากขึ้นด้วย ซึ่งในเรื่องของ ความสะดวกในการพกพารุ่น ‘eMeet M2’ จะทำได้ดีกว่าครับ

ต้องเลือกระหว่างประสิทธิภาพหรือความสะดวกในการพกพาสินะครับ

อุปกรณ์ในกล่อง

อุปกรณ์เสริมของ 'eMeet M2 max'
อุปกรณ์เสริมของ ‘eMeet M2 max’
USB Dongle ของ 'eMeet M2 max'
USB Dongle ของ ‘eMeet M2 max’
  • สาย Type-C (3 เมตร)
  • USB Dongle
  • คู่มือการใช้งาน
  • ตัวเครื่อง

คู่มือการใช้งานมีภาษาญี่ปุ่นด้วยครับ ตัวเครื่องมีการออกแบบที่ชาญฉลาดโดยสามารถเก็บ USB Dongle ไว้ที่ด้านหลังเครื่องได้

เห็นได้ชัดเลยว่าไม่เพียงแค่ดีไซน์ที่เท่ แต่ยังมีฟังก์ชันการใช้งานที่ยอดเยี่ยมด้วยครับ!

รูปลักษณ์ภายนอก

ด้านหน้ากล่องของ 'eMeet M2 max'
ด้านหน้ากล่องของ ‘eMeet M2 max’
ด้านหลังกล่องของ 'eMeet M2 max'
ด้านหลังกล่องของ ‘eMeet M2 max’
ขนาดของตัวเครื่อง 'eMeet M2 max'
ขนาดของตัวเครื่อง ‘eMeet M2 max’ (ปากกาใช้เป็นตัวเทียบขนาด)
พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ของ 'eMeet M2 max'
พอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ของ ‘eMeet M2 max’

ประสบการณ์การใช้งาน

เกี่ยวกับคุณภาพเสียงและความดัง

ผมได้ลองเชื่อมต่อกับ Google Meet เพื่อทดสอบครับ

คุณภาพเสียงนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับไมโครโฟนหรือลำโพงของคอมพิวเตอร์ ความคมชัดของเสียงนั้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
ประสิทธิภาพของระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวนนั้นรู้สึกได้ชัดเจนมากครับ
ได้ยินเพียงเสียงของผู้พูดอย่างชัดเจน ทำให้สามารถ จดจ่อกับการประชุมออนไลน์ได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีอะไรมารบกวน

ในตอนทดสอบ ผมอยู่ในห้องขนาด 6 เสื่อคนเดียว แต่ความดังเสียงแม้จะปรับระดับต่ำสุดก็ยังรู้สึกว่าดังมากพอสมควร หากปรับระดับสูงสุดเสียงจะดังมากจนถ้าอยู่ใกล้ๆ อาจหูอื้อได้เลยครับ ด้วยความที่เสียงดังมาก ส่วนตัวผมจึงคิดว่า ไม่เหมาะกับการใช้งานในห้องเล็กหรือใช้งานกับคนจำนวนน้อย แต่ในทางกลับกัน หากใช้งานในห้องประชุมขนาดใหญ่หรือมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากครับ

นอกจากนี้ เมื่อปรับระดับเสียงที่คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ ตัวสปีกเกอร์โฟนจะมีไฟแสดงสถานะที่เข้าใจง่าย ทำให้รู้สึกอุ่นใจว่าเราได้ปรับระดับเสียงอย่างถูกต้องแล้วครับ

เกี่ยวกับฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่ง (Position Detection)

ฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่งของ 'eMeet M2 max'
การตอบสนองของฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่งใน ‘eMeet M2 max’

ไฟ LED จะสว่างขึ้นไปในทิศทางของผู้พูดครับ การที่มีการตอบสนองแบบนี้ทำให้เรารู้ว่าอุปกรณ์รับรู้ว่าใครเป็นคนพูด จึงให้ความรู้สึกที่อุ่นใจครับ

เกี่ยวกับการเชื่อมต่อ

แบบมีสายรองรับทั้ง AUX และ USB ซึ่งทั้งสองแบบตอบสนองได้ดีไม่มีปัญหาครับ มีความหน่วงน้อยมาก ไม่รู้สึกติดขัดแต่อย่างใด

การเชื่อมต่อไร้สายสามารถทำได้โดยใช้ USB Dongle หรือใช้ Bluetooth ครับ

USB Dongle ของ 'eMeet M2 max'
การเชื่อมต่อผ่าน USB Dongle ของ ‘eMeet M2 max’

กรณีเชื่อมต่อด้วย USB Dongle เพียงแค่เสียบก็สามารถใช้งานได้ทันทีครับ ง่ายและเข้าใจง่ายมาก

Bluetooth ของ 'eMeet M2 max'
การเชื่อมต่อ Bluetooth ของ ‘eMeet M2 max’

ในกรณีของการเชื่อมต่อ Bluetooth ครั้งแรกอาจต้องทำการจับคู่ (Pairing) กับ ‘eMeet M2 max’ แต่การใช้งานในครั้งถัดไปก็สามารถเชื่อมต่อได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีความยุ่งยากใดๆ เลยครับ

ทั้งสองวิธีการเชื่อมต่อให้คุณภาพเสียงที่ไม่แตกต่างจากการเชื่อมต่อแบบมีสายเท่าไหร่นัก แต่ หากเปรียบเทียบกับแบบมีสายแล้ว จะมีความหน่วงเล็กน้อยครับ

นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth กับสมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานได้อีกด้วยครับ

เปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

สามารถเลื่อนได้
eMeet M2 maxeMeet M2
ทิศทางการรับเสียง

รับเสียง 360 องศา


รับเสียง 360 องศา
รองรับจำนวนคน

สูงสุด 15 คน


สูงสุด 8 คน
คุณภาพเสียง

ดีมาก


ดี
ความดังเสียง

5W


3W
ตัดเสียงรบกวน
ตัดเสียงสะท้อน
น้ำหนัก

615 กรัม


290 กรัม
เปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

เราได้เปรียบเทียบในส่วนของสเปกไปแล้ว แต่ในส่วนนี้ผมจะเจาะลึกรายละเอียดให้มากขึ้นครับ

ลำโพง

ลำโพงได้รับการพัฒนาขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน โดย ความดังเสียงสูงสุดเพิ่มจาก 3W เป็น 5W ซึ่งทำให้สามารถเร่งความดังได้มากอย่างไม่น่าเชื่อครับ

ข้อควรพิจารณาคือแม้แต่ระดับเสียงต่ำสุดก็ยังดังอยู่ รุ่นก่อนหน้าอย่าง ‘eMeet M2’ สามารถใช้งานคนเดียวหรือในห้องแคบๆ ได้โดยไม่มีปัญหา แต่รุ่นใหม่ ‘eMeet M2 max’ นี้ไม่ใช่แบบนั้นครับ เนื่องจากถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานกลุ่มคนจำนวนมากโดยเฉพาะ หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับใช้งานคนเดียวหรือกลุ่มเล็กๆ แนะนำให้เลือกรุ่นก่อนหน้า ‘eMeet M2’ จะดีกว่าครับ

ในทางกลับกัน หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับใช้งานในห้องประชุมขนาดใหญ่หรือมีผู้ใช้งานจำนวนมาก ผมคิดว่ารุ่น ‘eMeet M2 max’ นี้ใช้งานได้สะดวกกว่าครับ

นอกจากนี้ แม้ผมจะไม่แน่ใจว่ามีใครต้องการคุณภาพเสียงระดับสูงขนาดนั้นในการประชุมหรือไม่ แต่ถ้าเทียบกันแล้วคุณภาพเสียงของรุ่น ‘eMeet M2 max’ นี้ดีกว่าครับ

ทั้งสองรุ่นให้คุณภาพเสียงที่ไม่มีปัญหาสำหรับการประชุมทั้งคู่ ดังนั้นหากใครมีโอกาสเปิดเพลงในที่ประชุม รุ่น ‘eMeet M2 max’ นี้อาจจะเหมาะกว่าครับ!

ไมโครโฟน

ผมรู้สึกว่าการปรับความไวของไมโครโฟนทำได้ดีกว่าเดิมครับ อาจเป็นเพราะถูกออกแบบมาให้ใช้ในห้องประชุมขนาดใหญ่ รุ่น ‘eMeet M2 max’ นี้ รู้สึกได้ว่าตอบสนองต่อเสียงที่เบาได้ไวขึ้นครับ

ความสะดวกในการพกพา

รุ่นก่อนหน้า ‘eMeet M2’ มีน้ำหนักที่พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก ใส่กระเป๋าแล้วก็ไม่รู้สึกถึงน้ำหนักมากนัก แต่สำหรับรุ่น ‘eMeet M2 max’ นี้มีน้ำหนักในระดับที่รู้สึกได้ชัดเจน หรือจะพูดให้ถูกคือ รู้สึกได้ว่าหนักกว่ารุ่นก่อนหน้ามากครับ

ผมรู้สึกว่ารุ่น ‘eMeet M2 max’ นี้เหมาะกับการวางไว้ในห้องประชุมประจำมากกว่าที่จะพกพาไปไหนมาไหนครับ

ระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวน

แม้ในรุ่นก่อน ‘eMeet M2’ จะมี ระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวนด้วยเทคโนโลยีประมวลผลสัญญาณเสียง VoiceIA เฉพาะของ eMeet ที่ทำได้ดีมากอยู่แล้ว แต่ในรุ่น ‘eMeet M2 max’ นี้ทำได้ดีขึ้นไปอีกขั้นครับ

จำนวนผู้ใช้งานที่รองรับ

รุ่นก่อนหน้ารองรับได้ถึง 8 คนซึ่งถือว่ามากแล้ว แต่รุ่นนี้รองรับได้สูงสุดถึง 15 คน และหากเชื่อมต่อกัน 2 เครื่องจะสามารถรองรับได้สูงสุดถึง 30 คน ครับ

อื่นๆ

มีการเพิ่ม ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. ที่ไม่มีในรุ่นก่อนหน้าเข้ามา ทำให้สามารถฟังเสียงผ่านหูฟังได้ครับ

นอกจากนี้ รุ่นนี้ยังมีการ เคลือบยางกันสั่นสะเทือนไว้ที่ด้านล่างของตัวเครื่องอีกด้วยครับ

สรุป

eMeet M2 max
คะแนนรวม
( 4.5 )
ข้อดี
  • รับเสียงรอบทิศทาง 360 องศา
  • รองรับจำนวนผู้ใช้งานได้มาก
  • มีระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวน
  • มีฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่งที่ตรวจจับทิศทางของผู้พูดโดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้เสียงที่คมชัด
  • ให้เสียงที่มีความละเอียดสูงเทียบเท่ากับระดับ CD
ข้อเสีย
  • มีน้ำหนักมาก ไม่ค่อยเหมาะกับการพกพา

‘eMeet M2 max’ เป็นลำโพงสปีกเกอร์โฟนที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในห้องประชุมขนาดใหญ่และการใช้งานกลุ่มคนจำนวนมากโดยเฉพาะ แม้จะมีราคาสูงแต่ผมรู้สึกว่า ในแง่ของประสิทธิภาพถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมครับ

หากคุณเป็นคนที่มีโอกาสต้องจัดการประชุมออนไลน์โดยมีคนจำนวนมากมารวมตัวกันในที่เดียว แม้ราคาจะค่อนข้างสูงแต่ผมแนะนำว่าไม่ควรประหยัดและควรซื้อรุ่นนี้ไปเลยครับ

นอกจากนี้ ในมุมมองส่วนตัว หากต้องการดึงศักยภาพของ ‘eMeet M2 max‘ นี้ออกมาให้ได้มากที่สุด ผมแนะนำให้ใช้การเชื่อมต่อแบบมีสายมากกว่าการเชื่อมต่อแบบไร้สายครับ

แนะนำสำหรับผู้ที่

  • ประชุมออนไลน์บ่อยครั้ง
  • ต้องการลำโพงสปีกเกอร์โฟนไร้สายที่ใช้งานในห้องประชุมขนาดใหญ่ได้อย่างไม่มีปัญหา
  • ต้องการลำโพงสปีกเกอร์โฟนไร้สายที่มีคุณภาพเสียงดี

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ!

  • ราคาและข้อมูลผลิตภัณฑ์เป็นข้อมูล ณ เวลาที่เขียนบทความ
  • ทางเว็บไซต์ไม่ขอรับผิดชอบใดๆ หากข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน

บทความนี้เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นและได้รับการแปล

『eMeet M2 max』のイメージ

หากคุณชอบบทความนี้
ติดตามしてね!

แชร์บทความนี้!
  • คัดลอก URL แล้ว!
  • คัดลอก URL แล้ว!

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

CAPTCHA

สารบัญ