สวัสดีครับทุกคน! ถ้ามีพลังใจอะไรก็ทำได้ ผม Mr. Gadget ครับ!
ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการทำงานทางไกลและการประชุมออนไลน์กันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนรู้จักสิ่งที่เรียกว่า “ไมโครโฟนสปีกเกอร์โฟนไร้สาย” ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้กันไหมครับ?
การใช้สปีกเกอร์โฟนจะช่วยให้การสื่อสารในการประชุมผ่านเว็บที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากเป็นไปอย่างมั่นคงและสะดวกสบายยิ่งขึ้นครับ
แม้ว่าจะสามารถใช้ไมโครโฟนและลำโพงทั่วไปแทนได้ แต่ถ้าพิจารณาเรื่องคุณภาพเสียงและการรับเสียงแล้ว การใช้สปีกเกอร์โฟนถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ
ดังนั้น ในครั้งนี้ผมจะมาแนะนำสปีกเกอร์โฟนที่อยากจะแนะนำเป็นพิเศษ นั่นก็คือสปีกเกอร์โฟนไร้สายประสิทธิภาพสูงจาก eMeet รุ่น 『eMeet M2』 ครับ

- รับเสียงรอบทิศทาง 360 องศา
- รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก
- มีระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวน
- มีฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่งผู้พูดเพื่อรับเสียงอย่างชัดเจน
- พกพาสะดวก
ข้อมูลพื้นฐานของ eMeet M2
สเปก
| รูปแบบการรับเสียง | รอบทิศทาง 360 องศา | เวอร์ชัน Bluetooth | Ver4.2 |
| ระยะรับเสียง | 8~10 ม. | ระยะการเชื่อมต่อ Bluetooth | 20 ม. |
| ข้อมูลแบตเตอรี่ | 3.6V/2600mAh | การตอบสนองความถี่ | 20Hz~20KHz |
| ระยะเวลาใช้งาน | สนทนา 12 ชั่วโมง | ความไวไมโครโฟน | -26dBFS |
| ระยะเวลาชาร์จ | 3~4 ชั่วโมง | การตอบสนองความถี่ไมโครโฟน | 100HZ~8KHz |
| ข้อมูลการชาร์จ | 5V/1A | อัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน | >80dB |
| น้ำหนัก | 290 กรัม | กำลังขับลำโพง | 3W RMS |
| ขนาด | 125×125×35 มม. | พอร์ต USB | Type C |
| ไมค์และลำโพงในตัวคอมพิวเตอร์ | eMeet M2 | |
|---|---|---|
| ทิศทางการรับเสียง | มีข้อจำกัด | รับเสียงได้ 360 องศา |
| ระยะรับเสียง | รัศมีประมาณ 8-10 ม. | |
| จำนวนผู้ใช้งาน | พื้นฐาน 1 คน | สูงสุด 8 คน |
| คุณภาพเสียง | พอได้ยิน | ดี |
| ระบบตัดเสียงรบกวน | ||
| ระบบตัดเสียงสะท้อน |
「eMeet M2」มีการรับเสียงแบบรอบทิศทาง 360 องศา และระยะรับเสียงรัศมีประมาณ 8-10 ม. โดยเฉพาะสปีกเกอร์โฟนนั้น ความสามารถในการรับเสียงซึ่งหมายถึงขอบเขตที่สามารถรับเสียงได้นั้นมีความสำคัญมากครับ
นั่นหมายความว่า ไม่ว่าเสียงจะมาจากทิศทางไหน ในรัศมีประมาณ 8-10 เมตร ก็จะรับเสียงได้อย่างชัดเจน โดยผู้ผลิตระบุว่ารองรับผู้ใช้งานสูงสุดได้ถึง 8 คนครับ
นอกจากนี้ ยังรองรับวิธีการเชื่อมต่อทั้งแบบมีสายและไร้สาย โดยการเชื่อมต่อแบบมีสายรองรับทั้ง AUX และ USB ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ USB Dongle ครับ
คุณสมบัติเด่นคือ สามารถตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวนได้ด้วยเทคโนโลยีประมวลผลสัญญาณเสียง VoiceIA เอกสิทธิ์เฉพาะของ eMeet ด้วยประสิทธิภาพของลำโพงที่ดังเพียงพอสำหรับหลายคน และ“ฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่ง”ที่สามารถระบุทิศทางของผู้พูดโดยอัตโนมัติเพื่อรับเสียงอย่างชัดเจน จะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายครับ!
อีกเรื่องที่น่ายินดีคือ พอร์ต USB ไม่ใช่ MicroUSB แต่เป็น Type-C ครับ!
อุปกรณ์ภายในกล่อง

- สาย USB Type-C
- สาย AUX
- USB Dongle
- คู่มือการใช้งาน
คู่มือการใช้งานมีเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นมาให้ด้วยครับ!
รูปลักษณ์ภายนอก





ความรู้สึกในการใช้งาน
ผมได้ลองทดสอบโดยเชื่อมต่อกับ Google Meet ครับ
คุณภาพเสียงนั้นแตกต่างไปจากไมค์ของคอมพิวเตอร์อย่างมาก ความคมชัดของเสียงต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีเสียงรบกวนเลยทำให้เสียงพูดมีความชัดเจนและฟังง่ายมากครับ
ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวนด้วยเทคโนโลยีประมวลผลสัญญาณเสียง VoiceIA ของ eMeet นั่นเอง!
ระดับเสียงแม้จะเปิดระดับต่ำสุดก็ยังรู้สึกว่าดังพอสมควร ส่วนระดับสูงสุดนั้นดังจนถ้าอยู่ใกล้ๆ อาจอยากเอามือปิดหูเลยทีเดียวครับ
นอกจากนี้ เมื่อเปลี่ยนระดับเสียงบนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ ตัวสปีกเกอร์โฟนก็จะแสดงไฟให้เห็นอย่างชัดเจนด้วยครับ
เกี่ยวกับฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่ง

ไฟ LED ตอบสนองตามทิศทางของผู้พูดได้อย่างแม่นยำครับ! การที่มันตอบสนองต่อเสียงพูดทำให้รู้สึกมั่นใจมาก และยังสะดวกมากเวลาประชุมหลายคนเพราะทำให้รู้ว่าเครื่องตรวจจับได้ว่าใครเป็นคนพูด
เกี่ยวกับการเชื่อมต่อ
การเชื่อมต่อแบบมีสายรองรับทั้ง AUX และ USB ซึ่งทั้งสองแบบตอบสนองได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ความหน่วงต่ำและไม่รู้สึกหงุดหงิดเลยครับ
การเชื่อมต่อไร้สายมีวิธีใช้ USB Dongle และวิธีใช้ Bluetooth ครับ

สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน USB Dongle เพียงแค่เสียบเข้าเครื่องก็เชื่อมต่อได้ทันทีครับ

สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ตอนแรกต้องจับคู่กับ eMeet M2 ก่อน แต่หลังจากนั้นก็สามารถใช้งานได้ง่ายโดยไม่มีความยุ่งยากใดๆ เลยครับ
ทั้งสองวิธีการเชื่อมต่อให้คุณภาพเสียงที่ไม่แตกต่างจากการเชื่อมต่อแบบมีสายมากนัก เพียงแต่ความหน่วงอาจจะมีบ้างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแบบสาย แต่ก็เป็นเพียงเล็กน้อยจนแทบไม่รู้สึกครับ
นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth เพื่อใช้งานได้ด้วยครับ
การใช้งานในฐานะลำโพง
คุณภาพเสียงเน้นไปที่เสียงกลางค่อนข้างมากครับ แน่นอนว่าเป็นสปีกเกอร์โฟนสำหรับการประชุมนี่นะ (หัวเราะ)
ส่วนตัวผมชอบเพลงที่เน้นเสียงร้องมากกว่าเสียงสูงหรือเสียงต่ำ ดังนั้นการปรับจูนแบบนี้อาจจะถูกใจใครหลายคนครับ
แนะนำให้ใช้ตอนฟังวิทยุครับ!
สรุป

- รับเสียงรอบทิศทาง 360 องศา
- รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก
- มีระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวน
- มีฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่งผู้พูดเพื่อรับเสียงอย่างชัดเจน
- พกพาสะดวก
ประสิทธิภาพสูงเกินคาดจนผมเองยังประหลาดใจครับ บอกตามตรงว่าตอนแรกคิดว่าใช้ไมค์และลำโพงในตัวคอมพิวเตอร์ก็น่าจะสะดวกดีแล้ว แต่ข้อดีของการใช้ 『eMeet M2』 เครื่องนี้มีมากกว่าอย่างเทียบไม่ติดครับ
โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพเสียงนั้นสุดยอดมาก! ทำให้สามารถจดจ่อกับการประชุมได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนหรือเสียงสะท้อน แม้ราคาจะสูงสักหน่อย แต่สำหรับคนที่ต้องการใช้ในการทำงาน ผมว่าคุ้มค่าที่จะซื้อแน่นอนครับ
ส่วนตัวผมแนะนำว่าถ้าอยากดึงศักยภาพของ “eMeet M2” ออกมาให้มากที่สุด แนะนำให้เชื่อมต่อผ่านสาย USB มากกว่าแบบไร้สายครับ!
เหมาะสำหรับใคร
- คนที่ต้องประชุมผ่านเว็บเป็นประจำ
- คนที่ต้องการสปีกเกอร์โฟนไร้สายที่พกพาได้
- คนที่ต้องการสปีกเกอร์โฟนไร้สายที่มีประสิทธิภาพสูง
ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบนะครับ!
- ราคาและข้อมูลของสินค้าเป็นข้อมูล ณ เวลาที่เขียนบทความ
- ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลที่ผิดพลาด
- ชื่อสินค้าและบริการที่ระบุในเว็บไซต์นี้เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ
บทความนี้เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นและได้รับการแปล


ความคิดเห็น