เมนู
ค้นหาตามหมวดหมู่
ค้นหาตามเดือน

รีวิว eMeet M2 ลำโพงประชุมไร้สายสุดคุ้ม ไม่มีจุดด้อย!

เว็บไซต์นี้ได้รับรายได้ผ่านโปรแกรมพันธมิตร
『emeet M2』のイメージ

ในการเขียนบทความนี้ ผมได้รับผลิตภัณฑ์มาจาก eMeet เพื่อทำการรีวิว (ขอละคำนำหน้าชื่อ)

สวัสดีครับทุกคน! ถ้ามีพลังใจอะไรก็ทำได้ ผม Mr. Gadget ครับ!

ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการทำงานทางไกลและการประชุมออนไลน์กันอย่างต่อเนื่อง ทุกคนรู้จักสิ่งที่เรียกว่า “ไมโครโฟนสปีกเกอร์โฟนไร้สาย” ที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้กันไหมครับ?

ไม่รู้จักไมโครโฟนสปีกเกอร์โฟนไร้สายเลยเมี๊ยว
ไมโครโฟนสปีกเกอร์โฟนไร้สาย คืออุปกรณ์ที่รวมลำโพงและไมโครโฟนไว้ด้วยกันและสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ยังไงล่ะ!

การใช้สปีกเกอร์โฟนจะช่วยให้การสื่อสารในการประชุมผ่านเว็บที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากเป็นไปอย่างมั่นคงและสะดวกสบายยิ่งขึ้นครับ

แม้ว่าจะสามารถใช้ไมโครโฟนและลำโพงทั่วไปแทนได้ แต่ถ้าพิจารณาเรื่องคุณภาพเสียงและการรับเสียงแล้ว การใช้สปีกเกอร์โฟนถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

ดังนั้น ในครั้งนี้ผมจะมาแนะนำสปีกเกอร์โฟนที่อยากจะแนะนำเป็นพิเศษ นั่นก็คือสปีกเกอร์โฟนไร้สายประสิทธิภาพสูงจาก eMeet รุ่น 『eMeet M2』 ครับ

eMeet M2
คะแนนรวม
( 5 )
ข้อดี
  • รับเสียงรอบทิศทาง 360 องศา
  • รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก
  • มีระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวน
  • มีฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่งผู้พูดเพื่อรับเสียงอย่างชัดเจน
  • พกพาสะดวก
สารบัญ

ข้อมูลพื้นฐานของ eMeet M2

สเปก

สามารถเลื่อนได้
รูปแบบการรับเสียงรอบทิศทาง 360 องศาเวอร์ชัน BluetoothVer4.2
ระยะรับเสียง8~10 ม.ระยะการเชื่อมต่อ Bluetooth20 ม.
ข้อมูลแบตเตอรี่3.6V/2600mAhการตอบสนองความถี่20Hz~20KHz
ระยะเวลาใช้งานสนทนา 12 ชั่วโมงความไวไมโครโฟน-26dBFS
ระยะเวลาชาร์จ3~4 ชั่วโมงการตอบสนองความถี่ไมโครโฟน100HZ~8KHz
ข้อมูลการชาร์จ5V/1Aอัตราส่วนสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน>80dB
น้ำหนัก290 กรัมกำลังขับลำโพง3W RMS
ขนาด125×125×35 มม.พอร์ต USBType C
สามารถเลื่อนได้
ไมค์และลำโพงในตัวคอมพิวเตอร์eMeet M2
ทิศทางการรับเสียง 

มีข้อจำกัด


รับเสียงได้ 360 องศา
ระยะรับเสียง

รัศมีประมาณ 8-10 ม.
จำนวนผู้ใช้งาน

พื้นฐาน 1 คน


สูงสุด 8 คน
คุณภาพเสียง

พอได้ยิน


ดี
ระบบตัดเสียงรบกวน
ระบบตัดเสียงสะท้อน

「eMeet M2」มีการรับเสียงแบบรอบทิศทาง 360 องศา และระยะรับเสียงรัศมีประมาณ 8-10 ม. โดยเฉพาะสปีกเกอร์โฟนนั้น ความสามารถในการรับเสียงซึ่งหมายถึงขอบเขตที่สามารถรับเสียงได้นั้นมีความสำคัญมากครับ

นั่นหมายความว่า ไม่ว่าเสียงจะมาจากทิศทางไหน ในรัศมีประมาณ 8-10 เมตร ก็จะรับเสียงได้อย่างชัดเจน โดยผู้ผลิตระบุว่ารองรับผู้ใช้งานสูงสุดได้ถึง 8 คนครับ

นอกจากนี้ ยังรองรับวิธีการเชื่อมต่อทั้งแบบมีสายและไร้สาย โดยการเชื่อมต่อแบบมีสายรองรับทั้ง AUX และ USB ส่วนการเชื่อมต่อไร้สายรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth และ USB Dongle ครับ

 คุณสมบัติเด่นคือ สามารถตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวนได้ด้วยเทคโนโลยีประมวลผลสัญญาณเสียง VoiceIA เอกสิทธิ์เฉพาะของ eMeet ด้วยประสิทธิภาพของลำโพงที่ดังเพียงพอสำหรับหลายคน และ“ฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่ง”ที่สามารถระบุทิศทางของผู้พูดโดยอัตโนมัติเพื่อรับเสียงอย่างชัดเจน จะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายครับ!

อีกเรื่องที่น่ายินดีคือ พอร์ต USB ไม่ใช่ MicroUSB แต่เป็น Type-C ครับ!

อุปกรณ์ภายในกล่อง

อุปกรณ์ภายในกล่อง 『eMeet M2』
  • สาย USB Type-C
  • สาย AUX
  • USB Dongle
  • คู่มือการใช้งาน

คู่มือการใช้งานมีเวอร์ชันภาษาญี่ปุ่นมาให้ด้วยครับ!

รูปลักษณ์ภายนอก

ด้านหน้ากล่อง 『eMeet M2』
ด้านหน้ากล่อง 『eMeet M2』
ด้านหลังกล่อง 『eMeet M2』
ด้านหลังกล่อง 『eMeet M2』
กระเป๋าพกพาและตัวเครื่อง 『eMeet M2』
กระเป๋าพกพาและตัวเครื่อง 『eMeet M2』
ขนาดของตัวเครื่อง 『eMeet M2』
ขนาดของตัวเครื่อง 『eMeet M2』 (ปากกาใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบขนาด)
พอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ ของ 『eMeet M2』
พอร์ตเชื่อมต่อต่าง ๆ ของ 『eMeet M2』
ดีไซน์ดูเป็นดิจิทัลและเท่มากเลยเมี๊ยว!

ความรู้สึกในการใช้งาน

ผมได้ลองทดสอบโดยเชื่อมต่อกับ Google Meet ครับ

คุณภาพเสียงนั้นแตกต่างไปจากไมค์ของคอมพิวเตอร์อย่างมาก ความคมชัดของเสียงต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่มีเสียงรบกวนเลยทำให้เสียงพูดมีความชัดเจนและฟังง่ายมากครับ

ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวนด้วยเทคโนโลยีประมวลผลสัญญาณเสียง VoiceIA ของ eMeet นั่นเอง!

ระดับเสียงแม้จะเปิดระดับต่ำสุดก็ยังรู้สึกว่าดังพอสมควร ส่วนระดับสูงสุดนั้นดังจนถ้าอยู่ใกล้ๆ อาจอยากเอามือปิดหูเลยทีเดียวครับ

ใช้ในห้องประชุมที่ค่อนข้างใหญ่ได้สบายเลยครับ!

นอกจากนี้ เมื่อเปลี่ยนระดับเสียงบนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ ตัวสปีกเกอร์โฟนก็จะแสดงไฟให้เห็นอย่างชัดเจนด้วยครับ

เกี่ยวกับฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่ง

ฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่งของ 『eMeet M2』
ฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่งของ 『eMeet M2』

ไฟ LED ตอบสนองตามทิศทางของผู้พูดได้อย่างแม่นยำครับ! การที่มันตอบสนองต่อเสียงพูดทำให้รู้สึกมั่นใจมาก และยังสะดวกมากเวลาประชุมหลายคนเพราะทำให้รู้ว่าเครื่องตรวจจับได้ว่าใครเป็นคนพูด

เกี่ยวกับการเชื่อมต่อ

การเชื่อมต่อแบบมีสายรองรับทั้ง AUX และ USB ซึ่งทั้งสองแบบตอบสนองได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ความหน่วงต่ำและไม่รู้สึกหงุดหงิดเลยครับ

การเชื่อมต่อไร้สายมีวิธีใช้ USB Dongle และวิธีใช้ Bluetooth ครับ

การเชื่อมต่อ USB Dongle ของ 『eMeet M2』
การเชื่อมต่อ USB Dongle ของ 『eMeet M2』

สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน USB Dongle เพียงแค่เสียบเข้าเครื่องก็เชื่อมต่อได้ทันทีครับ

การเชื่อมต่อ Bluetooth ของ 『eMeet M2』
การเชื่อมต่อ Bluetooth ของ 『eMeet M2』

สำหรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ตอนแรกต้องจับคู่กับ eMeet M2 ก่อน แต่หลังจากนั้นก็สามารถใช้งานได้ง่ายโดยไม่มีความยุ่งยากใดๆ เลยครับ

ทั้งสองวิธีการเชื่อมต่อให้คุณภาพเสียงที่ไม่แตกต่างจากการเชื่อมต่อแบบมีสายมากนัก เพียงแต่ความหน่วงอาจจะมีบ้างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแบบสาย แต่ก็เป็นเพียงเล็กน้อยจนแทบไม่รู้สึกครับ

นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth เพื่อใช้งานได้ด้วยครับ

การใช้งานในฐานะลำโพง

คุณภาพเสียงเน้นไปที่เสียงกลางค่อนข้างมากครับ แน่นอนว่าเป็นสปีกเกอร์โฟนสำหรับการประชุมนี่นะ (หัวเราะ)

ส่วนตัวผมชอบเพลงที่เน้นเสียงร้องมากกว่าเสียงสูงหรือเสียงต่ำ ดังนั้นการปรับจูนแบบนี้อาจจะถูกใจใครหลายคนครับ

แนะนำให้ใช้ตอนฟังวิทยุครับ!

สรุป

eMeet M2
คะแนนรวม
( 5 )
ข้อดี
  • รับเสียงรอบทิศทาง 360 องศา
  • รองรับผู้ใช้งานจำนวนมาก
  • มีระบบตัดเสียงสะท้อนและตัดเสียงรบกวน
  • มีฟังก์ชันตรวจจับตำแหน่งผู้พูดเพื่อรับเสียงอย่างชัดเจน
  • พกพาสะดวก

ประสิทธิภาพสูงเกินคาดจนผมเองยังประหลาดใจครับ บอกตามตรงว่าตอนแรกคิดว่าใช้ไมค์และลำโพงในตัวคอมพิวเตอร์ก็น่าจะสะดวกดีแล้ว แต่ข้อดีของการใช้ 『eMeet M2』 เครื่องนี้มีมากกว่าอย่างเทียบไม่ติดครับ
โดยเฉพาะเรื่องคุณภาพเสียงนั้นสุดยอดมาก! ทำให้สามารถจดจ่อกับการประชุมได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวนหรือเสียงสะท้อน แม้ราคาจะสูงสักหน่อย แต่สำหรับคนที่ต้องการใช้ในการทำงาน ผมว่าคุ้มค่าที่จะซื้อแน่นอนครับ

ส่วนตัวผมแนะนำว่าถ้าอยากดึงศักยภาพของ “eMeet M2” ออกมาให้มากที่สุด แนะนำให้เชื่อมต่อผ่านสาย USB มากกว่าแบบไร้สายครับ!

เหมาะสำหรับใคร

  • คนที่ต้องประชุมผ่านเว็บเป็นประจำ
  • คนที่ต้องการสปีกเกอร์โฟนไร้สายที่พกพาได้
  • คนที่ต้องการสปีกเกอร์โฟนไร้สายที่มีประสิทธิภาพสูง

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบนะครับ!

  • ราคาและข้อมูลของสินค้าเป็นข้อมูล ณ เวลาที่เขียนบทความ
  • ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดจากข้อมูลที่ผิดพลาด
  • ชื่อสินค้าและบริการที่ระบุในเว็บไซต์นี้เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ

บทความนี้เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นและได้รับการแปล

『emeet M2』のイメージ

หากคุณชอบบทความนี้
ติดตามしてね!

แชร์บทความนี้!
  • คัดลอก URL แล้ว!
  • คัดลอก URL แล้ว!

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

CAPTCHA

สารบัญ