เมนู
ค้นหาตามหมวดหมู่
ค้นหาตามเดือน

Hisense คือแบรนด์ของประเทศอะไร? เจาะลึกแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าจีนระดับโลก

เว็บไซต์นี้ได้รับรายได้ผ่านโปรแกรมพันธมิตร

แบรนด์ “Hisense” (ไฮเซนส์) เป็นชื่อที่แทบทุกคนต้องเคยเห็นผ่านตาเมื่อเดินเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นโซนโทรทัศน์หรือตู้เย็น

“ไฮเซนส์เป็นผู้ผลิตจากประเทศไหน?” “ราคาถูกและดีไซน์สวยแบบนี้ คุณภาพจะไว้ใจได้ไหม?” “เรื่องที่ว่ามีความเกี่ยวข้องกับทีวีโตชิบาเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?” เชื่อว่าหลายท่านคงมีคำถามเหล่านี้อยู่ในใจ

ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับไฮเซนส์ ตั้งแต่ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ ประวัติความเป็นมา ส่วนแบ่งการตลาดระดับโลกที่น่าทึ่ง ไปจนถึงความสัมพันธ์กับ “TVS REGZA” (อดีตบริษัท Toshiba Visual Solutions) ครับ

ผู้เขียนบทความนี้ 『Mr. Gadget』
  • เคยศึกษาภายใต้การดูแลของคุณ Masatoshi Ono นักร้องระดับล้านตลับผู้มีประสบการณ์ขึ้นแสดงในงานขาวแดง (Kohaku)
  • มีผลงานการดูแลเนื้อหาให้กับ Ameba Choice และสื่อเว็บ Picky’s
  • สมาชิกบุคคลของสมาคมการตลาดแบบบอกต่อ (Word of Mouth Marketing Association)
ยินดีที่ได้รู้จักครับ!
สารบัญ

บทสรุป: Hisense เป็นบริษัทจากประเทศจีน

สไลด์สรุป Hisense

Hisense (ไฮเซนส์ / กลุ่มบริษัทไฮเซนส์) เป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ประเทศจีน

บริษัทดำเนินธุรกิจหลักในการผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งสินค้าประเภทภาพและเสียง (Black Appliances) และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (White Appliances) เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้า โดยมีการดำเนินธุรกิจในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในธุรกิจโทรทัศน์ที่ครองส่วนแบ่งเป็นอันดับ 2 ของโลกในแง่ของปริมาณการส่งออกในปี 2024 (อ้างอิงจากบริษัทวิจัย Omdia ทั้งนี้ ข้อมูลของ Counterpoint Research ระบุว่า TCL เป็นอันดับ 2 ซึ่งอันดับอาจแตกต่างกันไปตามหน่วยงานสำรวจ) และยังเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ติดอันดับต้นๆ ในส่วนแบ่งตลาดตู้เย็นของโลกอีกด้วย

Ms.แกดเจ็ต

ช่วงนี้เห็นทีวีไฮเซนส์บ่อยมากเลยครับ ตกลงว่าเป็นแบรนด์ของประเทศไหนกันแน่ครับ?

Mr.แกดเจ็ต

ไฮเซนส์เป็นผู้ผลิตจากประเทศจีนครับ สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองชิงเต่า มีพนักงานรวมทั้งกลุ่มบริษัทกว่า 100,000 คน ถือเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรระดับแนวหน้าของโลกเลยทีเดียวครับ

ข้อมูลพื้นฐานของไฮเซนส์มีดังนี้ครับ

Ms.แกดเจ็ต

ดำเนินธุรกิจในกว่า 160 ประเทศ และมีพนักงานถึง 100,000 คน…! เป็นบริษัทที่ใหญ่กว่าที่จินตนาการไว้มากเลยครับ

Mr.แกดเจ็ต

ใช่ครับ ในญี่ปุ่นอาจจะคุ้นเคยกับภาพลักษณ์เรื่องทีวีเป็นหลัก แต่ในระดับโลกแล้ว ไฮเซนส์เป็นองค์กรระดับโลกตัวจริงที่แข่งขันชิงส่วนแบ่งการตลาดอันดับต้นๆ ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศด้วยครับ

ภาพรวมบริษัทไฮเซนส์และส่วนแบ่งตลาดโลก

สไลด์ภาพรวมบริษัท Hisense

ไฮเซนส์ไม่ใช่แค่ “ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูก” ทั่วไป ในส่วนนี้เราจะมาดูส่วนแบ่งการตลาดที่น่าทึ่งในตลาดโลกและกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทกันครับ

ส่วนแบ่งการตลาดทีวีและเครื่องใช้ไฟฟ้าในระดับโลก

สไลด์ส่วนแบ่งตลาดทีวี Hisense

จุดแข็งที่สุดของไฮเซนส์คือส่วนแบ่งการตลาดระดับโลกอันโดดเด่นในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะโทรทัศน์

จากข้อมูลของบริษัทวิจัย “Omdia” แห่งสหราชอาณาจักร ระบุว่าในปี 2024 ยอดการส่งออกโทรทัศน์ของไฮเซนส์อยู่ที่ประมาณ 29.14 ล้านเครื่อง คิดเป็นส่วนแบ่งประมาณ 14% ของตลาดโลก ทำให้ติดอันดับที่ 2 ของโลก (อ้างอิงจาก Omdia ซึ่งเป็นอันดับ 2 ต่อเนื่องกัน 3 ปีตั้งแต่ปี 2022) โดยเฉพาะในกลุ่ม “โทรทัศน์จอใหญ่พิเศษ (Ultra-Large TV)” ที่มีขนาดเกิน 100 นิ้ว ไฮเซนส์ครองส่วนแบ่งประมาณ 58.8% ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของโลก (รายงานจาก Omdia ปี 2024)

นอกจากทีวีแล้ว กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน สำหรับตู้เย็น ไฮเซนส์ครองส่วนแบ่งอันดับ 1 ในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา (จากการสำรวจของ Euromonitor) และในตลาดประเทศจีน ไฮเซนส์ถือเป็น 1 ใน 3 แบรนด์ชั้นนำที่ได้รับการยอมรับเคียงคู่ไปกับ Haier และ Midea

Ms.แกดเจ็ต

ทีวีเป็นอันดับ 2 ของโลกนี่สุดยอดเลยครับ! ยิ่งได้ยินว่าถ้าเป็นขนาด 100 นิ้วขึ้นไป ครองส่วนแบ่งเกินครึ่งของตลาดโลกแบบนี้ยิ่งน่าตกใจครับ

Mr.แกดเจ็ต

ใช่ครับ ในด้านจอแสดงผลขนาดใหญ่พิเศษ หรือทีวีเลเซอร์ที่จะพูดถึงต่อไป ไฮเซนส์ถือเป็นผู้นำของโลกเลยทีเดียว นั่นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเขามีขีดความสามารถทางเทคโนโลยีที่สามารถแข่งขันได้จริงในตลาดระดับพรีเมียม ไม่ใช่แค่เน้นเรื่องความคุ้มค่าเพียงอย่างเดียวครับ

กลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก

ภาพผลิตภัณฑ์หลักของ Hisense

ไฮเซนส์ดำเนินธุรกิจอย่างกว้างขวางตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับครัวเรือนทั่วไปไปจนถึงอุปกรณ์สำหรับองค์กร ในญี่ปุ่นผลิตภัณฑ์หลักที่วางจำหน่ายมีดังนี้ครับ

โทรทัศน์ (Black Appliances)

  • ซีรีส์ UX / U8 / U7 ฯลฯ: โทรทัศน์ LCD ระดับพรีเมียมถึงระดับกลางที่ใช้เทคโนโลยีภาพ “ULED” อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมติดตั้งแบ็คไลท์ Mini LED และเทคโนโลยี Quantum Dot
  • ซีรีส์ A ฯลฯ: รุ่น 4K LCD มาตรฐานที่โดดเด่นเรื่องความคุ้มค่า เป็นที่นิยมสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียวหรือใช้เป็นจอสำหรับเล่นเกม
  • เลเซอร์ทีวี: ผลิตภัณฑ์ทีวีที่พัฒนาต่อยอดมาจากโปรเจกเตอร์ สามารถฉายภาพขนาดใหญ่ระดับ 100 นิ้วได้เพียงแค่วางไว้หน้าผนัง

ตู้เย็น / เครื่องซักผ้า (White Appliances)

  • ตู้เย็นขนาดใหญ่และขนาดกลาง: รุ่นที่มีดีไซน์ทันสมัย ประตูกระจก และรุ่นที่มีความจุสูง
  • เครื่องซักผ้าอัตโนมัติ: มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่รุ่นกะทัดรัดสำหรับผู้ที่อยู่คนเดียว ไปจนถึงรุ่นที่ติดตั้งอินเวอร์เตอร์ซึ่งโดดเด่นเรื่องความเงียบ
  • เครื่องปรับอากาศ: มีทั้งเครื่องปรับอากาศแบบเคลื่อนที่สำหรับตลาดญี่ปุ่น และระบบปรับอากาศประหยัดพลังงานรุ่นใหม่สำหรับตลาดต่างประเทศ
Ms.แกดเจ็ต

ไม่ได้มีแค่ทีวี ตู้เย็นกับเครื่องซักผ้าก็เห็นบ่อยตามร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าในญี่ปุ่นครับ ดีไซน์ดูเรียบง่ายและทันสมัยด้วยนะครับ

Mr.แกดเจ็ต

จุดเด่นคือการนำเสนอขนาดที่เหมาะกับสภาพที่อยู่อาศัยในญี่ปุ่น และดีไซน์แบบมินิมอลที่เข้ากับการตกแต่งภายในได้ทุกรูปแบบครับ ในด้านฟังก์ชันการใช้งานก็ให้สเปกที่ครบถ้วนเพียงพอ ทำให้ได้รับความนิยมสูงโดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่จากความคุ้มค่าครับ

ประวัติและความน่าเชื่อถือของไฮเซนส์

ภาพประวัติของ Hisense

เราจะมาตรวจสอบประวัติและความน่าเชื่อถือของไฮเซนส์กันว่า จากโรงงานเล็กๆ ในจีน พวกเขาเติบโตจนกลายเป็นผู้สนับสนุนกีฬาระดับโลกและเข้าซื้อกิจการผู้ผลิตทีวีรายใหญ่ของญี่ปุ่นได้อย่างไร

จากโรงงานทีวีในชิงเต่าสู่องค์กรระดับโลก: ลำดับเหตุการณ์

ประวัติของไฮเซนส์ย้อนกลับไปได้มากกว่าครึ่งศตวรรษ โดยเราได้เรียบเรียงเส้นทางของบริษัทตามลำดับเวลาดังนี้ครับ

  • 1969: ก่อตั้ง “Qingdao Wireless Factory No.2” ซึ่งเป็นรากฐานของไฮเซนส์ ในช่วงแรกเน้นผลิตวิทยุและอื่นๆ
  • ช่วงปี 1970: เริ่มผลิตทีวีจอแก้ว (CRT) เป็นรายแรกๆ ในมณฑลซานตง และผลิตทีวีสีเครื่องแรก (รุ่น CJD18) ในปี 1978
  • ช่วงปี 1990: เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น “Hisense” และเสริมสร้างโครงสร้างการบริหารในรูปแบบกลุ่มบริษัท
  • 1997: “Hisense Electric” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้
  • 2007: เปิดสายการผลิตโมดูล LCD (LCM) ที่พัฒนาเอง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมทีวีสีของจีน ช่วยลดการพึ่งพาบริษัทต่างชาติ
  • 2010: ก่อตั้งบริษัท “Hisense Japan Corporation” และเริ่มเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว
  • 2015: เข้าซื้อกิจการแผนกทีวีในอเมริกาเหนือของ Sharp (รวมถึงโรงงานในเม็กซิโกและสิทธิ์ในการใช้แบรนด์)
  • 2017: ประกาศสัญญาเป็นผู้สนับสนุนระดับโลกกับ FIFA
  • พฤศจิกายน 2017: ประกาศเข้าซื้อกิจการ “Toshiba Visual Solutions” ซึ่งเป็นธุรกิจทีวีของโตชิบา
  • 2018: เข้าซื้อกิจการ “Gorenje” ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าแก่ของยุโรป เพื่อรุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในยุโรปอย่างเต็มที่
  • 2021: เข้าซื้อกิจการบริษัท “Sanden” ของญี่ปุ่น ซึ่งเชี่ยวชาญด้านเครื่องปรับอากาศสำหรับรถยนต์
  • ปัจจุบัน: กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในฐานะแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำระดับโลก เช่น การเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ FIFA World Cup 2026
Ms.แกดเจ็ต

ทั้งเข้าซื้อโรงงานของ Sharp ในอเมริกาเหนือและธุรกิจทีวีของโตชิบา เติบโตอย่างรวดเร็วมากเลยนะครับเนี่ย

Mr.แกดเจ็ต

ถูกต้องครับ เบื้องหลังการเติบโตของไฮเซนส์คือการทำ M&A (การควบรวมและเข้าซื้อกิจการ) ทั่วโลกอย่างแข็งขัน และการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง พวกเขาไม่ได้แค่ผลิตสินค้าลอกเลียนแบบ แต่เป็นการดูดซับเทคโนโลยีจากทั่วโลกเพื่อนำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ของตนเองอย่างต่อเนื่องครับ

การดำเนินธุรกิจในตลาดญี่ปุ่น: ความสัมพันธ์กับ TVS REGZA

ภาพ REGZA ของ Hisense

สิ่งที่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นสนใจมากที่สุดคือความสัมพันธ์กับทีวี “REGZA” ของโตชิบาครับ

ในเดือนพฤศจิกายน 2017 โตชิบาตัดสินใจโอนหุ้น 95% ของ “Toshiba Visual Solutions” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจทีวี ให้แก่ไฮเซนส์ และการโอนธุรกิจเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 หลังจากนั้น Toshiba Visual Solutions ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “TVS REGZA Corporation” (ปัจจุบันโตชิบายังคงถือหุ้นอยู่ 5%)

ด้วยเหตุนี้ “REGZA” ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นยอดที่ญี่ปุ่นภาคภูมิใจ จึงถูกพัฒนาต่อยอดในฐานะแบรนด์ภายใต้กลุ่มบริษัทไฮเซนส์

จากการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ โทรทัศน์รุ่นท็อปบางรุ่นของไฮเซนส์ได้รับการติดตั้งเอนจินประมวลผลภาพคุณภาพสูง (เช่น NEO Engine) ที่พัฒนาร่วมกับ TVS REGZA โดยมีการผสานรวม “เทคโนโลยีการประมวลผลภาพขั้นสูงของญี่ปุ่น” เข้ากับ “ขีดความสามารถในการจัดหาชิ้นส่วนและระบบการผลิตจำนวนมากของไฮเซนส์” ทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับการประเมินในรีวิวเปรียบเทียบจากหลายสำนักว่ามีคุณภาพของภาพที่เหนือชั้นเกินระดับราคาไปมากครับ

Ms.แกดเจ็ต

อ๋อ! อย่างนี้นี่เอง ที่บอกว่าทีวีไฮเซนส์ภาพสวย เป็นเพราะนำเทคโนโลยีของ REGZA มาใช้ด้วยสินะครับ

Mr.แกดเจ็ต

ใช่เลยครับ ไฮเซนส์ได้ดูดซับเทคโนโลยีภาพของ TVS REGZA ในขณะที่ TVS REGZA ก็สามารถใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตอันมหาศาลของไฮเซนส์ สร้างการทำงานร่วมกัน (Synergy) ที่แข็งแกร่งมากครับ

ผลงานในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬาระดับโลก

สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงพลังของแบรนด์และความน่าเชื่อถือของไฮเซนส์ได้อย่างชัดเจนคือการสนับสนุนรายการกีฬาระดับโลกด้วยเม็ดเงินมหาศาลครับ

นับตั้งแต่ทำสัญญาเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการกับ FIFA (สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ) ในปี 2017 ไฮเซนส์ได้ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ที่สุดของโลก ดังนี้ครับ

  • FIFA World Cup รัสเซีย 2018 (ผู้ให้บริการทีวีอย่างเป็นทางการ)
  • FIFA World Cup กาตาร์ 2022
  • UEFA EURO 2016, 2020, 2024 (เป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการต่อเนื่อง 3 สมัย โดยในปี 2024 ยังได้รับการรับรองให้เป็นบริษัทผู้จัดหาหน้าจอสำหรับระบบ VAR อย่างเป็นทางการ)
  • FIFA Club World Cup 2025 (พันธมิตรอย่างเป็นทางการครั้งแรก)
  • FIFA World Cup 2026 (เจ้าภาพร่วม 3 ประเทศในอเมริกาเหนือ เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว)

การเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันระดับโลกนั้น ไม่เพียงต้องใช้เงินทุนมหาศาล แต่ยังต้องผ่านการตรวจสอบความน่าเชื่อถือในฐานะองค์กรและความแข็งแกร่งของแบรนด์อย่างเข้มงวด การที่ไฮเซนส์เป็นพันธมิตรกับ FIFA และ UEFA มาอย่างต่อเนื่อง เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าบริษัทนี้ไม่ใช่ “แบรนด์ราคาถูกหน้าใหม่” อีกต่อไป แต่เป็นองค์กรระดับโลกชั้นนำที่ทั่วโลกให้ความไว้วางใจครับ

สรุป: Hisense น่าเชื่อถือแค่ไหน?

สไลด์สรุป Hisense

Hisense (ไฮเซนส์) เป็นผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าครบวงจรระดับโลกตัวจริง ที่มีสำนักงานใหญ่ในประเทศจีนและดำเนินธุรกิจในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก

นอกเหนือจากผลงานอันโดดเด่นในฐานะผู้ส่งออกทีวีอันดับ 2 ของโลกแล้ว การเข้าซื้อกิจการ TVS REGZA (อดีต Toshiba Visual Solutions) ยังช่วยให้บริษัทสามารถนำมาตรฐานคุณภาพและเทคโนโลยีภาพที่เข้มงวดของญี่ปุ่นมาใช้ในผลิตภัณฑ์ได้อย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้น การที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ FIFA World Cup มาหลายสมัย ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งทางการเงินและความน่าเชื่อถือขององค์กรได้อย่างไม่ต้องสงสัยครับ

ไฮเซนส์เหมาะสำหรับท่านที่:

  • กำลังมองหาทีวีจอใหญ่ คุณภาพภาพสูง ที่คุ้มค่าคุ้มราคา
  • ต้องการสัมผัสเทคโนโลยีการประมวลผลภาพที่สืบทอดมาจาก “REGZA” ของโตชิบาในราคาที่จับต้องได้ง่ายขึ้น
  • ต้องการตู้เย็นหรือเครื่องซักผ้าดีไซน์เรียบสวยเพื่อคุมโทนการตกแต่งภายในบ้าน
  • ต้องการจัดหาเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพพื้นฐานครบถ้วน โดยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นชีวิตใหม่หรือการย้ายมาอยู่คนเดียวอย่างชาญฉลาด

หากท่านสนใจ สามารถตรวจสอบรุ่นล่าสุดของไฮเซนส์ได้ที่ Amazon หรือร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าใกล้บ้านท่านได้เลยครับ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบครับ!

บทความที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ!

  • การประเมินในบทความนี้เป็นความคิดเห็นเฉพาะของเว็บไซต์เราเท่านั้น
  • ราคาและข้อมูลของสินค้าเป็นข้อมูล ณ เวลาที่เขียนบทความ เว้นแต่จะระบุไว้เป็นอย่างอื่น
  • โปรดทราบว่าทางเว็บไซต์ไม่สามารถรับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากความผิดพลาดของข้อมูลนี้ได้
  • ชื่อสินค้าและบริการที่ระบุในเว็บไซต์นี้เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัทนั้นๆ

บทความนี้เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นและได้รับการแปล

หากคุณชอบบทความนี้
ติดตามしてね!

แชร์บทความนี้!
  • คัดลอก URL แล้ว!
  • คัดลอก URL แล้ว!

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

สารบัญ