เมนู
ค้นหาตามหมวดหมู่
ค้นหาตามเดือน

รีวิว Soundcore Space A40 หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน คุ้มเกินราคา!

เว็บไซต์นี้ได้รับรายได้ผ่านโปรแกรมพันธมิตร
『Soundcore Space A40』をรีวิว!

ปัจจุบันหูฟังไร้สายแบบ True Wireless กลายเป็นสมรภูมิที่มีการแข่งขันสูงในทุกระดับราคา ซึ่งผู้ผลิตทุกรายต่างก็งัดกลยุทธ์มาสู้กันอย่างดุเดือด

ในครั้งนี้เราจะมารีวิวหูฟังจาก Anker รุ่น Soundcore Space A40 ครับ นี่คือหูฟังที่แทบจะไร้ข้อเสีย มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) ที่ทำงานได้ดีเยี่ยม รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์พร้อมกัน (Multipoint) และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานอย่างน่าทึ่ง เรียกได้ว่าเป็นสินค้าคุณภาพระดับเพชรน้ำหนึ่งเลยทีเดียว

  • ราคาที่แสดงอาจแตกต่างจากราคาจริง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนทำการสั่งซื้อ
    โดยเฉพาะในช่วงที่มีโปรโมชันลดราคา ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งครับ
ผู้เขียนบทความ ‘Mr. Gadget’
  • ศิษย์เอกของ Masatoshi Ono นักร้องระดับล้านตลับผู้เคยขึ้นแสดงงานขาวแดง (Kohaku)
  • มีผู้ติดตามบน X (Twitter) มากกว่า 2,400 คน
  • ผ่านการรับรองจากสื่อเว็บเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Picky’s

อ่านโปรไฟล์โดยละเอียดได้ที่ที่นี่

ฝากติดตามด้วยนะครับ!
Soundcore Space A40
คะแนนรวม
( 5 )
ข้อดี
  • ความคุ้มค่าสูงมาก
  • ติดตั้งระบบตัดเสียงรบกวนล่าสุดจาก Anker
  • ตัวหูฟังมีขนาดกะทัดรัดเป็นพิเศษ
  • รองรับโหมดฟังเสียงภายนอก
  • รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์ (Multipoint)
  • รองรับ LDAC
  • รองรับการชาร์จไร้สาย
สารบัญ

ข้อมูลพื้นฐานของ Soundcore Space A40

สเปก

สามารถเลื่อนได้
CodecSBC / AAC / LDACสีขาว/ดำ/น้ำเงินกรมท่า
Bluetooth5.2มาตรฐานกันน้ำIPX4
น้ำหนักหูฟัง (ข้างละ): ประมาณ 4.9 กรัม
รวมเคสชาร์จ: ประมาณ 58 กรัม
น้ำหนักจริงเคสชาร์จ: 57.9 กรัม (จากการตรวจสอบของเว็บไซต์เรา)
ระยะเวลาใช้งานสูงสุด・โหมดปกติ: สูงสุด 10 ชั่วโมง (หูฟังเพียงอย่างเดียว) / สูงสุด 50 ชั่วโมง (เมื่อใช้เคสชาร์จ)
・โหมดตัดเสียงรบกวน: สูงสุด 8 ชั่วโมง (หูฟังเพียงอย่างเดียว) / สูงสุด 40 ชั่วโมง (เมื่อใช้เคสชาร์จ)
・เมื่อใช้ LDAC (โหมดปกติ): สูงสุด 6 ชั่วโมง (หูฟังเพียงอย่างเดียว) / สูงสุด 30 ชั่วโมง (เมื่อใช้เคสชาร์จ)
・เมื่อใช้ LDAC (โหมดตัดเสียงรบกวน): สูงสุด 5 ชั่วโมง (หูฟังเพียงอย่างเดียว) / สูงสุด 25 ชั่วโมง (เมื่อใช้เคสชาร์จ)
ระยะเวลาชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมง (หูฟัง) / ประมาณ 3 ชั่วโมง (เคสชาร์จ*เมื่อใช้สาย USB-C) / ประมาณ 3.5 ชั่วโมง (เคสชาร์จ*เมื่อใช้การชาร์จไร้สาย)
ขนาดหูฟัง (ไม่รวมจุกหูฟัง): 21 มม. x 17 มม. x 20 มม.
เคสชาร์จ: 44 มม. x 68 มม. x 29 มม.
พอร์ตชาร์จUSB Type-C / ชาร์จไร้สาย
สเปกของ ‘Soundcore Space A40’
น้ำหนักจริงของ 'Soundcore Space A40'
น้ำหนักจริงของ ‘Soundcore Space A40’ คือ 57.9 กรัม
ตัดเสียงรบกวน
ฟังเสียงภายนอก
Multipoint
ตรวจจับการสวมใส่
โหมดเกม (ความหน่วงต่ำ)
แอปเฉพาะ
สเปกของ ‘Soundcore Space A40’
Mr.แกดเจ็ต

ส่วนตัวผมไม่ค่อยจำเป็นต้องใช้ระบบตรวจจับการสวมใส่ เลยรู้สึกขอบคุณที่ไม่มีฟังก์ชันนี้มาให้ครับ (หัวเราะ)

จุดเด่น
  • การออกแบบน้ำหนักเบาเพียงข้างละ 4.9 กรัม
  • ใส่กระชับพอดีกับช่องหู
  • เคสขนาดกะทัดรัดใช้งานได้ยาวนานถึง 50 ชั่วโมง
  • ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติ
  • รองรับ Hi-Res Audio พร้อมไดรเวอร์แบบ Double-Layer เพื่อคุณภาพเสียงที่ละเอียดอ่อน

เราได้อธิบายเกี่ยวกับวิธีการเลือกหูฟัง ความหมายของ IPX และเวอร์ชันของ Bluetooth อย่างละเอียดในบทความนี้ครับ

  • ราคาที่แสดงอาจแตกต่างจากราคาจริง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนทำการสั่งซื้อ
    โดยเฉพาะในช่วงที่มีโปรโมชันลดราคา ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งครับ

อุปกรณ์ในกล่อง

อุปกรณ์ในกล่อง 'Soundcore Space A40'
อุปกรณ์ในกล่อง ‘Soundcore Space A40’
  • หูฟัง (ใส่จุกหูฟังไซส์ M ไว้แล้ว)
  • เคสชาร์จ (รองรับการชาร์จไร้สาย)
  • จุกหูฟัง (XS, S, L, XL)
  • สาย USB-C & USB-A
  • คู่มือเริ่มต้นใช้งานฉบับย่อ

รูปลักษณ์ภายนอก

กล่องบรรจุภัณฑ์ 'Soundcore Space A40'
กล่องบรรจุภัณฑ์ ‘Soundcore Space A40’
'Soundcore Space A40'
บรรจุมาแบบนี้ครับ
ตอนแรกจะมีสติกเกอร์แปะตรงจุดชาร์จอยู่ครับ
ตัวหูฟังไม่ได้ดูหรูหราเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้ดูราคาถูกจนเกินไปครับ
  • ราคาที่แสดงอาจแตกต่างจากราคาจริง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนทำการสั่งซื้อ
    โดยเฉพาะในช่วงที่มีโปรโมชันลดราคา ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งครับ

ความรู้สึกหลังใช้งานจริง

คุณภาพเสียง…สมดุลดีเยี่ยม เกินราคา

โดยรวมแล้วให้ความสมดุลที่ดีมาก และผมก็ไม่ค่อยรู้สึกถึงเสียงแบบ V-shape (เบสหนักแหลมจัด) ที่มักถูกพูดถึงในหูฟัง Soundcore รุ่นก่อนๆ มากนัก
ถึงแม้จะมีลักษณะเป็น V-shape อยู่บ้างเล็กน้อย แต่ผมรู้สึกว่ามันครอบคลุมทุกย่านเสียงได้อย่างสมดุลครับ

เสียงร้องมีความชัดเจนมาก จึงแนะนำเป็นพิเศษสำหรับคนที่ชอบฟังเพลงป๊อปหรือ J-POP ครับ!
ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบหูฟังที่เน้นเสียงเบสและเสียงแหลมหนักๆ อาจจะรู้สึกไม่เต็มอิ่มเท่าไหร่
แต่เดี๋ยวผมจะพูดถึงในหัวข้อถัดไปว่าเราสามารถปรับแต่งเสียงผ่านอีควอไลเซอร์ในแอปได้ครับ

นอกจากนี้ มันยังรองรับ LDAC ทำให้สามารถฟังเพลงในระดับ Hi-Res ได้ ซึ่งเดี๋ยวผมจะมาอธิบายรายละเอียดต่อจากนี้ว่าคุณภาพเสียงเปลี่ยนไปมากแค่ไหน

รองรับ LDAC!

ทุกคนรู้จัก Codec ที่เรียกว่า LDAC ซึ่งถูกกล่าวขานว่าทำให้คุณภาพเสียงดีขึ้นอย่างมหาศาลกันไหมครับ?

Codecจุดเด่น
SBCCodec มาตรฐานที่สุด โดยทั่วไปอุปกรณ์ทุกชนิดรองรับ
คุณภาพเสียงและความหน่วงอยู่ในระดับมาตรฐาน ไม่ดีไม่แย่
AACใช้บ่อยในผลิตภัณฑ์ Apple เช่น iPhone สำหรับ Android ถ้าเป็นเวอร์ชัน 8.0 ขึ้นไปส่วนใหญ่ก็รองรับ
มีความหน่วงน้อยกว่าและคุณภาพเสียงดีกว่า SBC
aptXส่วนใหญ่ใช้ใน Android มีความหน่วงน้อยและคุณภาพเสียงสูงกว่า SBC และ AAC
aptX LLLL ย่อมาจาก Low Latency มีความหน่วงต่ำกว่า aptX มาก
คุณภาพเสียงเทียบเท่า aptX แต่มีความหน่วงน้อยกว่า 0.04 วินาที
aptX HDรองรับการเล่นเพลงคุณภาพสูงระดับ Hi-Res มีความหน่วงมากกว่า aptX เล็กน้อย
aptX AdaptiveCodec ที่พัฒนาจาก aptX HD ให้มีความเสถียรและความหน่วงต่ำลง
เปลี่ยนจากการคงที่ของบิตเรตเป็นแบบแปรผัน ทำให้ประมวลผลเสถียรขึ้นและมีความหน่วงต่ำ
LDACCodec คุณภาพสูงพิเศษที่พัฒนาโดย Sony คุณภาพเสียงดีที่สุดในบรรดาที่แนะนำมาทั้งหมด
Android เวอร์ชัน 8.0 ขึ้นไปส่วนใหญ่รองรับ
สามารถสลับโหมดคุณภาพเสียงได้ 3 แบบ เช่น โหมดเน้นคุณภาพเสียง หรือโหมดเน้นการเชื่อมต่อ
มีความหน่วงมากกว่า SBC
จุดเด่นของแต่ละ Codec

เราได้อธิบายเกี่ยวกับ Codec และคำอธิบายอื่นๆ เกี่ยวกับหูฟังไร้สายไว้ในบทความนี้ครับ

โปรดระวังว่า iPhone ไม่รองรับ LDAC นะครับ
แต่ Android รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะรองรับครับ

ผมได้ลองใช้ LDAC กับหูฟังรุ่นนี้แล้วพบว่าคุณภาพเสียงแตกต่างกันมากครับ
ก่อนลองผมคิดว่าเป็นความแตกต่างที่ต้องฟังเทียบกันถึงจะรู้ แต่เอาเข้าจริงความแตกต่างนั้นชัดเจนกว่าที่คิดครับ
ในความรู้สึกของผม คุณภาพเสียงยกระดับขึ้นประมาณ 1.8 เท่า
โดยเฉพาะย่านเสียงแหลมและเสียงเบสที่เห็นความต่างชัดเจนจนผมเองยังตกใจครับ!

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดใช้งาน LDAC ระยะเวลาการใช้งานจะสั้นลง และมีความหน่วงของเสียงมากขึ้น นอกจากนี้ยังไม่สามารถใช้การเชื่อมต่อ Multipoint หรือโหมดเกมได้ จึงต้องระวังในจุดนี้ด้วยครับ

Mr.แกดเจ็ต

ก็นะ หูฟังรุ่นอื่นส่วนใหญ่พอเปิด LDAC ก็ใช้ Multipoint ไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นไม่ใช่ความผิดของรุ่นนี้แค่รุ่นเดียวครับ

ระบบตัดเสียงรบกวน…ทำงานดีมากเมื่อเทียบกับราคา

‘Soundcore Space A40’ มาพร้อมกับ เทคโนโลยีเฉพาะของ Anker อย่าง Ultra Noise Cancelling 2.0
สามารถปรับระดับการตัดเสียงรบกวนอัตโนมัติตามระดับเสียงรบกวนรอบข้างได้ ซึ่งผมรู้สึกว่ามันล้ำหน้าไปไกลมากครับ

ระบบจะตัดสินระดับเสียงรบกวนรอบข้างและตัดเสียงให้อัตโนมัติครับ
สามารถตั้งค่าความแรงแบบแมนนวลได้ด้วยครับ

ประสิทธิภาพการตัดเสียงดีมากสำหรับราคานี้ ผมรู้สึกว่าคุ้มค่าสุดๆ ครับ
แม้แต่ตอนอยู่บนรถไฟ ถ้าเปิดระบบตัดเสียงรบกวนและเปิดเพลงไปด้วย ก็แทบไม่ได้ยินเสียงรบกวนรอบข้างแล้วครับ
แต่ถ้าลองเปิดแค่โหมดตัดเสียงรบกวนโดยไม่เปิดเพลงตอนอยู่บนรถไฟ ก็ยังคงได้ยินเสียงวิ่งของรถไฟอยู่บ้างครับ

Ms.แกดเจ็ต

ผมคิดว่านี่คือระดับท็อปคลาสในกลุ่มหูฟังราคาเดียวกันเลยครับ!

  • ราคาที่แสดงอาจแตกต่างจากราคาจริง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนทำการสั่งซื้อ
    โดยเฉพาะในช่วงที่มีโปรโมชันลดราคา ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งครับ

โหมดฟังเสียงภายนอก…ใช้งานได้ แต่ดูไม่เป็นธรรมชาติ

เมื่อเปลี่ยนโหมดจากตัดเสียงรบกวนมาเป็นฟังเสียงภายนอก จะเห็นความแตกต่างชัดเจนมากครับ
ผมตกใจมากที่ได้ยินเสียงรอบข้างชัดเจนขนาดนั้น
แต่ว่า เสียงสูงจะถูกเน้นให้ได้ยินชัดจนเกินไป ทำให้รู้สึกไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ครับ

มีโหมดเน้นเสียงพูดด้วยครับ

กะทัดรัดแต่แบตฯ อึดสุดๆ!

จุดเด่นที่สุดของหูฟังรุ่นนี้คือ ระยะเวลาใช้งานที่ยาวนานจนโดดเด่นกว่าหูฟังทุกรุ่นของ ANKER
หูฟังตัวเครื่องเมื่อชาร์จเต็มใช้งานได้สูงสุด 10 ชั่วโมง และเมื่อรวมกับเคสชาร์จที่ให้มาจะสามารถใช้งานเล่นเพลงได้รวมสูงสุด 50 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าโหดมากสำหรับหูฟังขนาดกะทัดรัดแบบนี้ครับ

Mr.แกดเจ็ต

ลืมชาร์จแบตฯ ไปวันนึงก็ยังชิลๆ ครับ!

แน่นอนว่าถ้าใช้ LDAC หรือโหมดตัดเสียงรบกวน ระยะเวลาการใช้งานก็จะลดลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเพียงพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันจนไม่รู้สึกว่าแบตฯ ไม่พอครับ

แอป Soundcore และอีควอไลเซอร์ใช้งานง่ายสุดๆ!

แอป Soundcore ใช้งานง่ายมากครับ!

เราสามารถตั้งค่าหูฟังผ่านแอปได้ตามนี้เลยครับ

สามารถปรับแต่งการควบคุมแบบสัมผัสได้ด้วยครับ

Mr.แกดเจ็ต

การที่ปรับแต่งรายละเอียดได้ลึกขนาดนี้เป็นจุดที่น่าประทับใจครับ!

นอกจากนี้ ยังต้องตั้งค่าการเปิด/ปิด LDAC, โหมดเกมเพื่อลดความหน่วง, การลดเสียงลม, เสียงสัมผัส ฯลฯ ผ่านแอปนี้ครับ

อีควอไลเซอร์สามารถสร้างเองได้ หรือจะเลือกจากพรีเซ็ตที่มีให้ก็ได้ครับ

Ms.แกดเจ็ต

อย่างที่เห็นครับ มีพรีเซ็ตเตรียมไว้ให้เยอะมาก
การที่มีพรีเซ็ตเตรียมไว้ให้มากมายเป็นสิ่งที่น่าประทับใจจริงๆ ครับ!

  • ราคาที่แสดงอาจแตกต่างจากราคาจริง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนทำการสั่งซื้อ
    โดยเฉพาะในช่วงที่มีโปรโมชันลดราคา ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งครับ

รองรับโหมดเกม!

สามารถตั้งค่าโหมดเกมเพื่อลดความหน่วงของเสียงได้
นอกจากนี้ ในขณะที่ใช้ LDAC ก็ยังสามารถเปิดโหมดเกมได้ด้วยครับ

อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดโหมดเกม คุณจะไม่สามารถใช้งานอีควอไลเซอร์ได้ครับ

การเชื่อมต่อ Multipoint สะดวกมาก!

Q&A
Multipoint คืออะไร?

Multipoint คือฟังก์ชันที่ช่วยให้หูฟังสามารถจดจำอุปกรณ์ต้นทางได้หลายเครื่องพร้อมกัน สมัยก่อนเราจดจำได้แค่เครื่องเดียว ทำให้เวลาจะสลับอุปกรณ์ต้องจับคู่ใหม่ แต่หูฟัง Bluetooth ที่รองรับ Multipoint ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นครับ นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต้นทางหลายเครื่องได้พร้อมกันด้วย โดยจำนวนเครื่องที่รองรับจะขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นครับ

‘Soundcore Space A40’ รองรับ Multipoint ทำให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Bluetooth ได้พร้อมกัน 2 เครื่อง
ตราบใดที่ไม่เกิน 2 เครื่อง คุณก็ไม่จำเป็นต้องตัดการเชื่อมต่อหรือเชื่อมใหม่เลย
เช่น คุณสามารถดู YouTube บนแท็บเล็ตไปพร้อมกับรับสายโทรศัพท์บนมือถือได้ครับ

Ms.แกดเจ็ต

ฟีเจอร์นี้สะดวกมากครับ!

สรุป

Soundcore Space A40 เป็นรุ่นที่น่าซื้อ!

ผมซื้อช่วงลดราคา Amazon Black Friday เลยได้มาในราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นเยน! ในราคานี้คุณได้สัมผัสเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนของ ANKER แถมยังรองรับ LDAC อีก ถือว่าไม่มีที่ติเลยครับ
แน่นอนว่าถ้าคุณมีงบเพิ่มขึ้น ก็ย่อมมีหูฟังที่เสียงดีกว่าหรือใช้ง่ายกว่า ‘Soundcore Space A40’ แต่ในราคาเท่านี้ หาหูฟังที่สมดุลได้ขนาดนี้ยากมากครับ
ยิ่งเรื่องแบตเตอรี่ด้วยแล้ว ถึงจะกะทัดรัดแต่ก็ 50 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่า Soundcore ซีรีส์อื่นแบบทิ้งห่าง เรียกได้ว่าไม่มีข้อเสีย มีแต่ข้อดีล้วนๆ ครับ

  • ราคาที่แสดงอาจแตกต่างจากราคาจริง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดก่อนทำการสั่งซื้อ
    โดยเฉพาะในช่วงที่มีโปรโมชันลดราคา ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งครับ
Soundcore Space A40
คะแนนรวม
( 5 )
ข้อดี
  • ความคุ้มค่าสูงมาก
  • ติดตั้งระบบตัดเสียงรบกวนล่าสุดจาก Anker
  • ตัวหูฟังมีขนาดกะทัดรัดเป็นพิเศษ
  • รองรับโหมดฟังเสียงภายนอก
  • รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์ (Multipoint)
  • รองรับ LDAC
  • รองรับการชาร์จไร้สาย

เหมาะสำหรับคนแบบไหน

  • คนที่กำลังมองหาหูฟังที่มีความสมดุลดี
  • คนที่กำลังมองหาหูฟังที่แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน
  • คนที่กำลังมองหาหูฟังคุ้มค่าในระดับราคาสองสามพันบาท

ขอบคุณที่ติดตามอ่านจนจบครับ!

  • ราคาและข้อมูลสินค้าเป็นข้อมูล ณ เวลาที่เขียนบทความ
  • ทางเว็บไซต์ขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ แม้ข้อมูลจะมีความผิดพลาด
  • ชื่อสินค้าและบริการที่ปรากฏบนเว็บไซต์เป็นเครื่องหมายการค้าของแต่ละบริษัท

บทความนี้เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นและได้รับการแปล

『Soundcore Space A40』をรีวิว!

หากคุณชอบบทความนี้
ติดตามしてね!

แชร์บทความนี้!
  • คัดลอก URL แล้ว!
  • คัดลอก URL แล้ว!

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

CAPTCHA

สารบัญ